การซื้อขายนักเตะนับเป็นสิ่งสำคัญในวงการฟุตบอล ยิ่งเป็นช่วงตลาด ซื้อ-ขาย ช่วงหน้าหนาว ที่เปิดช่วงเดือนมกราคม ถือว่าเป็นช่วงที่ทีมต่างๆ มองหานักเตะมาเสริมทัพเพื่อไล่ล่าแชมป์ หรือไม่ก็มาช่วยพลิกสถานะการณ์ของทีมให้ดีขึ้น แต่ก็มีหลายดีล ที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า เรียกได้ว่าเจ็บกันไปตามๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นสโมสร แฟนบอล หรือตัวนักเตะเอง วันนี้ Football Top Ten ขอนำเสนอ 10 ดีลสุดล้มเหลวตลาดซื้อขายพรีเมียร์ลีกอังกฤษเดือนมกราคม ลองมาดูกันว่า มีนักเตะคนไหนกันบ้าง

 

Embed from Getty Images

1.อเล็กซิส ซานเชซ อาร์เซน่อล ไป แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แลกตัว (2018)

“ชายเล็ก” ย้ายจากอาร์เซน่อลด้วยการสลับคั่วกับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ในเดือนมกราคม 2018 ท่ามกลางความฮือฮากับลีลาดีดเปียนโนเพลง “Glory Glory Man Utd” ในคลิปเปิดตัว พร้อมเบอร์เสื้อหมายเลข 7 และความหวังว่าจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายในการกลับสู่บัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีก

ทว่าเวลาผ่านไปภายใต้สีเสื้อปีศาจแดง อดีตสตาร์บาเซโลน่าไม่ได้แสดงถึงฟอร์มการเล่นและทักษะบอลที่ยอดเยี่ยมเหมือนเก่า และเหมือนกับว่าเขาไม่สามารถปรับตัวเข้ากับระบบของทีม จึงทำให้นักเตะชิลีรายนี้หลุดฟอร์มไปอย่างน่าใจหาย

อเล็กซิส ซานเชซ ลงสนามให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งหมด 45 นัด และทำไปเพียง 5 ประตู ก่อนที่จะถูกปล่อยไปให้ อินเตอร์ มิลาน ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล โดยดีลนี้ปีศาจแดงยังต้องจ่ายค่าเหนื่อยให้อเล็กซิสครึ่งนึงด้วย

ท่ามกลางเสียงแซวของแฟนบอลทีมอื่นว่า ลีลาที่น่าตรึงใจที่สุดของอเล็กซิสกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดก็คือ ลีลาดีดเปียนโนเพลง “Glory Glory Man Utd”

 

Embed from Getty Images

2.แอนดี้ แคร์โรว์ นิวคาสเซิ่ล ไป ลิเวอร์พูล 35 ล้านปอนด์ (2011)

ศูนย์หน้าร่างยักษ์ ย้ายมาจากนิวคาสเซิ่ล ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติของหงส์แดงในขณะนั้นที่ 35 ล้านปอนด์ แทนที่ของ เฟร์นานโด ตอร์เรส ดาวเตะขวัญใจเหล่าเดอะค็อปที่ย้ายไปเชลซีด้วยค่าตัว 51.5 ล้านปอนด์ สาวกหงส์แดงก็หวังว่าทางสโมสร จะเจียดเงินมาซื้อศูนย์หน้าระดับท็อปมาประดับสโมสร

ลิเวอร์พูลก็ได้เซ็นสัญญากับ แอนดี้ แคร์โรว์ ซึ่งเป็นดาวรุ่งจอมถล่มประตูของนิวคาสเซิ่ลในขณะนั้น ท่ามกลางเครื่องหมายคำถามของแฟนบอลว่า แอนดี้ แคร์โรว์ คือตัวเลือกที่ดีที่สุดหรือยัง

แอนดี้ แคร์โรว์ ลงสนามให้หงส์แดงทุกรายการรวม 58 นัด ยิงได้ เพียง 11 ประตู ก่อนจะถูกปล่อยไปให้ เวสต์แฮม ยืมและขายขาดในเวลาต่อมา ถือว่าเป็นดีลสุดล้มเหลวของลิเวอร์พูลตลอดกาล

 

Embed from Getty Images

3.เฟร์นานโด ตอร์เรส ลิเวอร์พูล ไป เชลซี 51.5 ล้านปอนด์ (2011)

“เอลนินโญ” ถูกกระชากมาจากอ้อมอกลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 51.5 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นดีลที่ทำร้ายหัวใจแฟนบอลเดอะค็อปเป็นอย่างมาก แถมนัดแรกในการเปิดตัวยังเป็นการพบกับทีมเก่าลิเวอร์พูลอีก

ตอร์เรส ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากกับหงส์แดง แต่ในฤดูกาลแรกภายใต้สีเสื้อของสิงโตน้ำเงินคราม ยิงไปเพียง 1 ประตู ก่อนจะถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานเป็นระยะ เขาลงสนามทั้งหมดให้กับเชลซี 172 นัด ยิงไปเพียง 45 ประตู ซึ่งถือห่างไกลจากความหวังของสโมสร และค่าตัวอันแพงระยับ

 

Embed from Getty Images

4.เอริค เฌมบ้า เฌมบ้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป เวสต์แฮม 1.5 ล้านปอนด์ (2005)

ดาวเตะแคเมอรูน ย้ายจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มาแอสตันวิลล่า ในปี 2005 ด้วยค่าตัว 1.5 ล้านปอนด์ หลังจากที่เจ้าตัวล้มเหลวไม่เป็นท่า ภายใต้ยูนิฟอร์มของปีศาจแดง แต่ เดวิด โอเลียรี่ ผู้จัดการทีมสิงห์ผยองคงมองเห็นบางอย่างในตัวของดาวเตะแคเมอรูนคนนี้ และมั่นใจว่าจะสามารถดึงฟอร์มของนักเตะหมอผีรายนี้

แต่ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี เฌมบ้า เฌมบ้า ลงสนามให้วิลล่าเพียง 11 นัด ก่อนถูกปล่อยให้ เบิร์นลีย์ ทีมระดับแชมเปี้ยนชิพ ในขณะนั้นยืมใช้งาน ก่อนที่จะกลายเป็นนักเตะพเนจร และลาจากอาชีพนักเตะไปแบบเงียบๆ

 

 

Embed from Getty Images

5.วีลฟรีด ซาฮา คริสตัล พาเลซ ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 15 ล้านปอนด์ (2013)

ก่อนที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะวางมือ เขาได้ทำการเซ็นสัญญาคว้าตัว วินฟรีด ซาฮา มาจาก คริสตัล พาเลซ ด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ โดนขณะนั้น ซาฮา มีอายุเพียง 19 ปี และถือเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดในเกาะอังกฤษขณะนั้น เพื่อที่จะเอามาปลุกปั้นต่อให้กลายเป็นตัวตายตัวแทนของ ไรอัน กิ๊กส์ ปีกพ่อมด ที่ใกล้จะปลดเกษียณเต็มที

แต่แล้วทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปตามแบบที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้วางเอาไว้ เขายังเด็กเกินไปที่จะมาแบกรับกับความกดดันมหาศาล พร้อมกับความคาดหวังของแฟนบอล กับการเล่นให้ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด

เขาไม่สามารถฉายแววความเก่งกาจ เหมือนสมัยตอนที่เขาเล่นให้กับ คริสตัล พาเลซ ออกมาได้เลย โดยเขาได้ลงสนามในสีเสื้อ ปีศาจแดง เพียงแค่ 4 นัด เท่านั้นในทุกรายการ ก่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะปล่อยตัวเขากลับไปให้ คริสตัล พาเลซ ยืมตัวไปใช้งานในฤดูกาลถัดมา

 

Embed from Getty Images

6.สก็อตต์ ปาร์คเกอร์  ชาร์ลตัน แอธเลติก ไป เชลซี 15 ล้านปอนด์ (2005)

สก็อตต์ ปาร์คเกอร์ กองกลางผู้มีฉายา เดอะคลาสสิคแห่ง ชาร์ลตัน คือกองกลางดาวรุ่ง ที่ได้รับความสนใจจากหลายทีมยักษ์ใหญ่ เป็นอย่างมาก โดยเขาได้รับรางวัล นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี 2004 และนั่นทำให้ โรมัน อบราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย เจ้าของทีม เชลซี คนใหม่ ตัดสินใจทุ่มเงิน 15 ล้านปอนด์ คว้าตัวเขาเข้ามาร่วม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ทีม

แต่การมาของ สก็อตต์ ปาร์คเกอร์ กลับไม่ได้สร้างความแตกต่างใดๆได้เลย เมื่อเขาไม่สามารถเบียดแย่ง ตำแหน่งตัวจริงจาก โคลัด มาเกเลเล่ และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด สองมิดฟิลด์ตัวเก่งได้ เขามีโอกาสลงสนามเพียง 15 นัด ในสองฤดูกาลเท่านั้น ก่อนที่ โชเซ่ มูรินโญ่ จะตัดสินใจขายเขาออกไปให้กับ นิวคาสเซิ่ล แบบขาดทุนย่อยยับ

 

Embed from Getty Images

7.ฮวน กวาดาโด้ ฟิออเรนติน่า ไป เชลซี 23.3 ล้านปอนด์ (2015)

ปีกทีมชาติโคลัมเบีย คนนี้เนื้อหอมสุดๆ หลังจากเขาสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยื่ยม ในศึกฟุตบอลโลก 2014 ทำให้หลายสโมสรต่างจ้องคว้าตัวเขาไปร่วมทีม แต่สุดท้ายก็เป็นเชลซี ที่ปาดหน้าทุกทีมคว้าตัวปีกคนนี้มาร่วมทีม ในวันสุดท้ายของตลาดเดือนมกราคม 2015

ดีลนี้ถือเป็นดีลที่สาวก “เดอะ บลูส์” ต่างตื่นเต้นและคาดหวังกับปีกตัวจี๊ดคนนี้ ว่าจะเข้ามาช่วยยกระดับเกมรุกของทีม แต่แล้วทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นดั่งหวัง เมื่อเขาไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับระบบของทีม และสไตล์ฟุตบอลอังกฤษได้ ทำให้เขาได้ลงสนามไปเพียงแค่ 13 นัด โดยที่ทำประตูให้ทีมไม่ได้เลย เมื่อเทียบกับเม็ดเงินที่เสียไปกับจำนวนนัดที่ลงสนาม คิดแล้วเฉลี่ยนัดละเกือบ 2 ล้านปอนด์ เลยทีเดียว

 

Embed from Getty Images

8.วิลฟรีด โบนี่ สวอนซี ไป แมนฯ ซิตี้ 28 ล้านปอนด์ (2015)

มานูเอล เปเยกรินี่ ผู้จัดการทีมแมนฯ ซิตี้ ขณะนั้น ได้มองหาศูนย์หน้าที่จะเข้ามาแบ่งเบาภาระของ เซร์คิโอ อเกวโร่ ศูนย์หน้าเบอร์ 1 ของทีม ซึ่งเขาก็มองไปที่ วินฟรีด โบนี่ กองหน้าฟอร์มร้อนแรงของ สวอนซี ที่ยิงไปได้ถึง 34 ประตู ในพรีเมียร์ลีก โดยเขาทุ่มเงิน 28 ล้านปอนด์ คว้าตัวโบนี่มาร่วมทีม ในช่วงตลาดหน้าหนาวปี 2015 โดยหวังว่าโบนี่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในเกมรุก ให้ดุดันมากขึ้น

แต่หลังจากที่เขาย้ายมาร่วมทีม เรือใบสีฟ้า กลับงัดฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้เลย โดยเขาลงเล่น 12 เกมแรก ยิงไปได้เพียง 2 ประตูเท่านั้น ถือว่าไม่คุ้มค่าเลย กับนักเตะที่รับค่าเหนี่อยสูงถึง 130,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์

วินฟรีด โบนี่ ลงสนามให้ แมนฯ ซิตี้ ทั้งหมด 46 นัดทำได้ 10 ประตู จากทุกรายการ แต่นับจากวันที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มารับงานคุมทีม แมนฯ ซิตี้ อนาคตของเขาก็หมดไปทันที โดย โบนี่ ถูกปล่อยให้ สโต๊ค ยืมตัวไปในปี 2016

 

Embed from Getty Images

9.ซาวิโอ เอ็นเซเรโก้ เบรสชา ไป เวสต์แฮม 9 ล้านปอนด์ (2009)

เวสต์แฮม ภายใต้การคุมทีมของ จิอันฟรังโก้ โซล่า ได้ประกาศคว้าตัว ซาวิโอ เอ็นเซเรโก้ กองกลางดาวรุ่งทีมชาติเยอรมัน ชุดยู 20 ปี จาก เบรสชา มาเสริมทีมด้วยค่าตัวสูงถึง 9 ล้านปอนด์ เพื่อเป็นกำลังหลักของทีมในอนาคต

แต่ด้วยวัยเพียง 19 ปี ประกอบกับต้องมาเล่นใน พรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหนักหน่วงในการเข้าบอล และต้องใช้พละกำลังอย่างสูง ทำให้เด็กหนุ่มผู้นี้ไม่สามารถ โชว์ฟอร์มเก่งออกมาได้ เขาได้ลงสนามให้ทีมไปแค่ 10 นัดเท่านั้น ก่อนที่ เวสต์แฮม จะขายเขาออกไปให้กับทีม ฟิออเรนติน่า ในปีเดียวกัน ถือเป็นดีลที่น่าผิดหวังอย่างมากสำหรับ เวสต์แฮม

 

Embed from Getty Images

10.อัลฟองโซ อัลเวส ฮีเรนวีน ไป มิดเดิ้ลสโบรห์ 12.5 ล้านปอนด์ (2008)

มิดเดิ้ลสโบรซ์ ที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้นอย่างหนัก ทำให้ แกเร็ธ เซาท์เกต ผู้จัดการทีมในขณะนั้น ต้องควานหานักเตะที่จะเข้ามาช่วยยกระดับของทีม แล้วก็เป็น อัลฟองโซ่ อัลเวส ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดกับ ฮีเรนวีน ด้วยการยิงไปถึง 45 ประตู จากการลงเล่น 39 นัด เป็นตัวเลือกแรกของเขา

มิดเดิ้ลสโบรซ์จัดการทุ่มเงิน 12.5 ล้านปอนด์ คว้าตัว อัลฟองโซ่ อัลเวส มาร่วมทีมได้สำเร็จ และนั่นถือเป็นสถิตินักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุด ในประวัติศาสตร์ของสโมสร

และดูเหมือนว่านี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับสโมสร ดาวเตะเชื้อสายบราซิเลี่ยน จัดการซัด 6 ประตู จาก 11 เกมแรกในพรีเมียร์ลีก ช่วยทีมให้รอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปได้สวย

แต่ในฤดูกาลถัดมา เขาก็เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ฟอร์มการถล่มประตูที่หายไป ประกอบกับความกระหายในการเล่นทำให้ เขายิงไปได้เพียง 4 ประตู จากการลงเล่นตลอดฤดูกาล พร้อมกับการตกชั้นของทีมต้นสังกัด ก่อนที่เขาจะถูกปล่อยให้ อัล-ซาดด์ ทีมในลีกกาตาร์ ยืมตัวไปใช้งานในปี 2009 นี่นับเป็นการขาดทุนย่อยยับที่สุดครั้งนึงของสโมสร

 


สามารถติดตามข้อมูลข่าวฟุตบอลล่าสุดส่งตรงจากเว็บข่าวบอลต่างประเทศได้ทาง : SBOX88


SBOX88 เว็บแทงบอล ตัวแทนอย่างถูกต้องของ SBOBET Asia เปิดให้บริการหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เดิมพันกีฬาออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ หวยออนไลน์ ในด้านของ แทงบอลออนไลน์ เรามีให้ท่านสมาชิกเลือกมากมาย บอลเดี่ยว บอลสเต็ป และอื่นๆอีกมากมาย ท่านสามารถติดต่อสอบถามเพื่อ สมัครแทงบอลสโบ วิธีแทงบอล โปรโมชั่น เอสบีโอเบ็ต หรือแจ้งปัญหาต่างๆได้ตลอด 24ชั่วโมง